Archive for the ‘เกมส์ออฟไลน์’ Category

Biohazard Darkside Chronicle

November 23rd, 2009

Biohazard Darkside Chronicle

Biohazard Darkside Chronicle คืออีกหนึ่งความพยายามของ Capcom ในการนำซีรี่ส์ไบโอมาสู่เครื่อง Wii ในรูปแบบที่น่าจะเหมาะที่สุดสำหรับ Wii Mote หลังจากที่ภาคแรก Umbrella Chronicle ประสบความสำเร็จเกินคาดด้วยยอดขายหลักล้าน ทำให้ภาคนี้ถูกนำเสนอในรูปแบบที่ชัดเจนขึ้น ทั้งในส่วนของทุนสร้าง, การออกแบบการเล่น และองค์ประกอบอื่นๆ

สำหรับภาคที่สองในซีรี่ส์ Chronicle ภาคนี้ แบ่งเนื้อเรื่องออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือเนื้อเรื่องเก่าอย่างภาค 2 และ Code Veronica กับเนื้อเรื่องใหม่ Operation Javier ซึ่งเนื้อเรื่องได้แบ่งออกเป็นตามลำดับดังนี้

Operation Javier 1
Biohazard 2
Operation Javier 2
Biohazard Code Veronica
Operation Javier 3

สิ่ง นึงที่แตกต่างจากภาค Umbrella Chronicle อย่างชัดเจนที่สุด ก็คือการออกแบบใหม่ ทั้งในส่วนของเนื้อเรื่อง, เหตุการณ์, ดนตรีประกอบ, หรือแม้แต่กราฟฟิค ที่ได้รับการสรรสร้างขึ้นมาใหม่ ในขณะที่ภาคก่อนเลือกที่จะใช้การ Recycle กราฟฟิคบางส่วน ทำให้ภาค Dark Chronicle ภาคนี้มีความลงตัวมากขึ้นเพราะเหตุการณ์ในเกมไม่ได้จำเป็นต้องไปเป็นตามฉาก ที่ถูกนำมาใช้ใหม่ แต่เป็นการเลือกที่จะเล่าในส่วนที่ทางทีมงานต้องการจะเล่าจริงๆ

ความประทับใจของการเล่นเกมนี้ขอเล่าแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือเนื้อเรื่องเก่า ที่เรียกได้ว่าแฟนๆไบโอต้องชอบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสองภาคที่มีบรรยากาศเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุด สำหรับภาคสองเนื้อเรื่องหลักเน้นไปที่การเล่นคู่กันของแคลร์และลีออน โดยการพบกับตัวละครเสริมระหว่างทางอย่าง Ada, Sherry, Ben, Brian และ Annete นั้นจะเจอพร้อมกัน เป็นการนำเนื้อเรื่องทั้ง 4 แบบของไบโอ 2 มาเล่าใหม่ในเวอร์ชั่นเนื้อเรื่องเดียวไม่แยกตัวละคร มุมมองหลักของภาคนี้มองผ่านมุมมองของแคลร์เป็นหลัก เนื้อเรื่องของเกมภาคนี้เรียกได้ว่าถูกตัดไปเยอะมากเลยทีเดียว แต่ก็ยังคงส่วนสำคัญๆไว้ครบ

น่าเสียดายที่ความพยายามเล่าเรื่องที่อยากจะให้กระชับมากเกินไป ทำให้การตัดต่อเนื้อเรื่องดูไม่ต่อเนื่องในบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้เล่นที่ผ่านประสบการณ์ไบโอมาแล้ว อาจจะรู้สึกติดขัดบ้างบางครั้ง ทั้งๆที่เกมนี้ทำออกมาได้ดีจนเกือบจะเป็นภาครีเมคของภาคสองเลยก็ว่าได้ ยิ่งช่วงท้ายกับจังหวะการสู้บอส เนื่องจากภาคสองเป็นหนึ่งในภาคที่มีตัวละครระดับบอสโผล่บ่อยที่สุด ทำให้ตอนท้ายของเกมนี้ดำเนินเรื่องเร็วจนรู้สึกได้ว่า มันจะรีบไปไหน

ส่วน ภาค Code Veronica นั้นก็เป็นสไตล์เดียวกับภาคสอง คือนำเนื้อเรื่องมายุบรวมผ่านมุมมองตัวละครตัวเดียว (ภาคนี้ก็ยังเป็นแคลร์อยู่นั่นแล่ะ) หากให้เทียบกับภาคสองแล้ว รู้สึกได้ว่า Code Veronica ทำออกมาได้ดีกว่ามาก ทั้งในส่วนของการสร้างบรรยากาศและการเล่าเรื่อง โดยเฉพาะเหตุการณ์ช่วงเกาะ Rockford ทำออกมาให้อารมณ์ค่อนข้างครบ พร้อมทั้งยังเสริมในส่วนของวิธีการเล่าเรื่องแบบใหม่ในบางจุด สถานที่สำคัญ เหตุการณ์ และตัวละครที่ปรากฏ มีความสมบูรณ์มาก แม้ว่าเหตุการณ์ช่วงตะลุยขั้วโลกใต้จะรวบรัดมากไปหน่อยก็ตาม

เนื้อเรื่องทั้งสองส่วนใช้ดนตรีประกอบของภาคเก่ามาดัดแปลงใหม่ ทั้งเวอร์ชั่นบรรเลงช้าๆตามแนวเกมสยองขวัญ หรือแนวตื่นเต้นระทึกตามแนวเกมชู้ตติ้ง จุดนี้ถือเป็น Fan Service แบบสุดๆ และเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศเกมค่อนข้างมาก วิธีการเล่นถูกปรับเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ แน่นอนว่าไม่มีการพูดถึงปริศนาใดๆ เน้นไปที่การเดินผ่านจุดสำคัญเป็นหลัก (Code Veronica มีปริศนาให้นิดนึง พอหอมปากหอมคอ) ที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนทั้งในส่วนของสถานที่และวิธีการสู้บอส ที่เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะเป็นยังไงคงต้องให้ไปเล่นกันเอง แต่ส่วนตัวแล้วค่อนข้างชอบเลยทีเดียว :D

สำหรับเนื้อเรื่องส่วนที่สอง Operation Javier ถูกนำมาเล่าคั่นสลับกับเนื้อเรื่องเก่า ผ่านมุมมองของ Leon ด้วยความพยายามเชื่อมต่อในการเล่าย้อนไปยังเหตุการณ์ที่ทำให้เค้าต้องเข้ามา พัวพันกับ Operation ครั้งนี้ (Biohazard 2) และที่มาของเชื้อต้นเหตุของ Operation Javier (Biohazard Code Veronica)

ตัวละครหลักของ Operation Javier คือ Leon และ Krauzer เหตุการณ์ของเกมก็ง่ายๆคือ ทั้งสองบุกตะลุยไปยังอเมริกาใต้ ที่ซึ่งมีข่าวว่าเชื้อไวรัสได้ถูกนำมาแพร่กระจายจนก่อให้เกิด Outbreak ในหมูบ้าน โดยผู้ที่เป็นต้นตอสำคัญคือผู้มีอิทธิพลนามว่า Javier, โดยระหว่างทางทั้งคู่ได้เจอกับเด็กสาวลึกลับ Manuela

เนื้อเรื่อง Operation Javier ไม่ได้มีความลึกลับซับซ้อนมากมายนัก และถ้าหากเอาเนื้อเรื่องที่แยกเล่ามารวมกันก็น่าจะได้ความยาวพอๆกันกับภาค 2 หรือ Code Veronica และน่าเสียดายว่าเหตุการณ์เกี่ยวกับ Krauzer ที่ผู้เล่นคงอยากจะรู้ว่าที่มาที่ไปของเค้าเป็นยังไงจึงทำให้ไปลงท้ายในภาค 4 กลับไม่ได้ถูกเล่าอะไรเลย โฟกัสสำคัญกลับไปตกอยู่ที่การแพร่กระจายของเชื้อในหมู่บ้าน และการทำงานร่วมกันระหว่าง Leon กับ Krauzer เสียมากกว่า แม้แต่จุดไคลแมกซ์ของเนื้อเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรมากเป็นพิเศษ และเป็นมุขที่ Capcom นำมาใช้เล่ากับเกมซีรี่ส์ไบโออยู่บ่อยๆ จนบางทีก็เริ่มรู้สึกเบื่อแล้วเหมือนกัน นี่ยังไม่เล่าถึงบางจุดของเกมที่เรียกได้ว่า หลุดจากความเป็นไบโอไปเลยนะ หากจะให้พูดตรงๆ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกประทับใจกับเนื้อเรื่องในส่วนนี้มากนัก กลับกันการได้กลับไปเล่นฉากเก่าๆในภาค 2 หรือ Code Veronica ดันกลับสร้างความตื่นตาตื่นใจให้ได้มากกว่าอีก

ระบบการเล่น ทั้งหมดต่อเนื่องกัน กระสุนและอาวุธที่เก็บได้ระหว่างทางสามารถเก็บเป็นเสบียงไว้ใช้ในเนื้อ เรื่องต่อไปได้ มีระบบอัพเกรตอาวุธตามแนวทางของไบโอ 4 คือการอัพทั้งในส่วนของความแรก, ความเร็วในการรีโหลด, จำนวนกระสุนที่บรรจุ แต่จะมีเพิ่มขึ้นมาคือความแรงที่จะชะงักศัตรู ซึ่งทั้งหมดนี้อัพได้เหมือนกันหมดกับอาวุธทุกชิ้น โดยแต้มที่ใช้อัพก็เก็บระหว่างการเล่นนั่นแล่ะ แต่การเล่นจบรอบแรกคงไม่สามารถทำให้เราเก็บแต้มได้มากพอที่จะอัพทั้งหมดจน เต็มได้แน่นอน อย่างน้อยที่สุดอาจจะต้องอาศัยการเล่นสองรอบ
โหมดความ ยากแบ่งออกเป็น ง่าย, ปานกลาง, ยาก แต่แม้แต่ในระดับความยากปานกลางนั้น ผู้เล่นอาจจะรู้สึกว่าง่าย เพราะที่เติมพลังที่มีให้ค่อนข้างเยอะ บวกกับระบบคืนชีพอัตโนมัติหากเก็บสเปรย์ติดตัวไว้ (ซึ่งรอบนึงจะเก็บได้แค่อันเดียวเท่านั้น) ทำให้การเล่นครั้งแรกของผมซึ่งเล่นโคออปกับน้องสามารถเล่นได้ผ่านฉลุยแบบที่ ไม่ต้องมารีเซทใหม่เลย (ทั้งๆที่เล่นเกมกากทั้งคู่) หากใครต้องการความท้าทาย ส่วนตัวแนะนำให้ลอง Hard เลยจะเหมาะกว่า

ความเร็วของเกมเรียกได้ว่าค่อนข้างช้าถึงช้ามาก ตัวละครไม่ใช่แค่เดินธรรมดา เพราะบางจุดมันแทบจะค่อยๆย่างเลยก็ว่าได้ ตรงนี้อาจจะสร้างความรำคาญให้หลายๆคนได้เลยทีเดียว จนทำให้เรียกได้ว่าเกือบครึ่งนึงของเกม เสียเวลาไปกับการดูตัวละครเดินและชมฉาก กลายเป็น Biohazard Guide Tour เสียมากกว่าเกมยิงแท้ๆแบบเกมอื่น รูปแบบการเล่นเน้นไปที่การยิงๆๆๆๆๆๆ และยิง จนทำให้เกือบหลับได้ในบางที จะน่าตื่นเต้นจริงๆคงเป็นส่วนของการสู้บอส การออกแบบปุ่มทั้งในส่วนของการยิง, เปลี่ยนกระสุน, เพิ่มพลัง ทำออกมาได้พอดีเป้ะๆ ใช้งานสะดวก เล่นง่าย ถ้าเกมถูกอัพสปีดขึ้นมาบ้างในส่วนของการเล่นปกติคงจะดีกว่านี้ไม่น้อย

กราฟฟิคเกมนี้ทำได้ค่อนข้างสวย แม้ว่าโดยรวมยังคงไม่ค่อยเหมาะกับการเล่นบนจอ HDTV เหมือนเกม Wii ทั่วไป (เพราะภาพแตกมาก T_T) รวมถึงโมเดลตัวละครเอกที่ค่อนข้างเหลี่ยมและไม่ละเอียด แต่ก็ได้ฉาก, ศัตรู และบรรยากาศมาช่วยกลบเกลื่อนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโมเดลบอส ที่น่าแปลกใจคือกราฟฟิคของเนื้อเรื่องเก่าอย่างภาค 2 และ Code Veronica กลับให้ความรู้สึกที่ละเอียดและสวยกว่าเนื้อเรื่อง Operation Javier ซึ่งไม่แน่ใจว่าส่วนนึงเพราะ Operation Javier เป็นเหตุการณ์ในที่แจ้งด้วยมั้ยนะ อ้อ เกมนี้ CG เยอะเหมือนกันนะ ออกแนวสไตล์เกมสมัยก่อนที่ใช้ CG เล่าเหตุการณ์ช่วงสำคัญๆ สวยดี แต่รู้สึกไม่ค่อยจำเป็นยังไงก็ไม่รู้

เล่นจบทั้งหมดใช้เวลาประมาณวันนึง (มีงีบหลับประมาณ 2-3 ครั้งเนื่องจากเกมตื่นเต้นจัด) จบแล้วยังมีในส่วนของ Archive ที่ไว้สะสม โมเดลตัวละคร, รายละเอียดเนื้อเรื่อง, มูวี่, เพลงประกอบ ซึ่งแน่นอนว่าคงต้องมีการเล่นซ้ำเพื่อเก็บให้ครบ อ้อ มี Online Ranking ไว้เทียบคะแนนสะสมกับเพื่อนๆด้วยนะ

สรุปแล้วความประทับใจค่อนข้างผสม มีทั้งส่วนที่ชอบก็คือการเปลี่ยนแปลงวิธีเล่าเนื้อเรื่องใหม่และการเล่นแบบ ใหม่ และไม่ชอบคือสปีดและวิธีการเล่นบางจุดที่อาจจะสร้างความน่าเบื่อได้ ค่อนข้างเหมาะกับคนที่เป็นแฟนซีรี่ส์นี้มาแล้วมากกว่าผู้เล่นหน้าใหม่ที่คาด หวังจะมาเจอเกมชู้ตติ้งอาเขตแบบที่เคยเห็นกัน แต่อย่างน้อยก็ทำได้ดีกว่าภาคก่อนแทบทุกจุด ถ้าไม่คิดอะไรมากลองหยิบมาเล่นกันดูก็สร้างความบันเทิงได้ระดับนึงเลยนะ

Uncharted 2 ล่าขุมทรัยพ์ ชิงสมบัติ ฝ่าดงโจร

October 28th, 2009

ล่าขุมทรัยพ์ ชิงสมบัติ ฝ่าดงโจร  Uncharted 2 Among Thieves

เกมส์ Uncharted 2 : Among Thieves ยังคงสไตล์แบบภาคแรกคือเป็นแนว Action Adventure (เกมเดินตลุยผ่านด่านไปเรื่อยๆ) ที่มีตัวเอกเป็นพวกบ้าการผจญภัยและค้นหาขุมทรัยพ์ที่รอการค้นพบ อารมณ์โดยรวมของเกมจะค่อนข้างคล้ายๆหนังเรื่อง อินเดียน่าโจนส์ หรือ เนชั่นแนล เทรชเชอร์ ที่มีการผสมผสานระหว่างแอ๊คชั่น การชิงไหวชิงพริบ ปริศนาต่างๆมากมายได้อย่างลงตัว เนื้อเรื่องของเกมและคัทซีนที่มีบทพูดและท่าทางที่เป็นธรรมชาติ ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดูหนังฮอลลีวู้ดเจ๋งๆ ซักเรื่องเลยทีเดียว เพียงแต่ว่า หนังเรื่องนี้เราเข้าถึงมากกว่าเพราะต้องเล่นเป็นพระเอกจริงๆ

สิ่ง หนึ่งที่ทำให้ผมชื่นชอบเกมนี้ คงหนีไม่พ้น Nathan Drake ที่มีบุคลิกกวนโอ๊ย แต่ก็รู้สึกว่าดูพึ่งพาได้ในสภาวะคับขัน ภายนอกดูเหมือนพวกบ้าสมบัติ แต่สติปัญญาและไหวพริบ โดยเฉพาะเรื่องโชคแล้วถือว่าอยู่ในระดับเทพเลยทีเดียว หลายครั้งที่เล่นไปก็ต้องคอยขำกับคำพูดสุดกวนของนาธาน มีความอึดระดับแมลงสาบ แถมใช้อาวุธเป็นทุกรูปแบบอีกด้วย เป็นตัวละครในเกมที่ให้ความรู้สึกเหมือนว่า “มีชีวิต” ยังไงไม่รู้สิ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ผมชื่นชอบก็ว่าได้

มาต่อกันที่ระบบเกมกันบ้างครับ เกมนี้จะเราจะได้ใช้ความสามารถของพระเอกในการผ่านด่านอย่างเต็มที่ มีทั้งปีนป่ายหน้าผา ป้ายโฆษณา กำแพง คือปีนมันให้หมดถ้ามันคือทางที่จะทำให้ผ่านได้ หรือจะกดพิงกำแพง หรือสิ่งของตามฉากเพื่อบังตัวเองและเริ่มเปิดฉากยิงใส่ ศัตรูก็สามารถทำได้ ถ้าเจอเชือกห้อยอยู่ก็ให้เดากันได้เลยว่าสามารถโหนไปมาได้แน่นอน ความสนุกของระบบเกมนี้ คงเป็นการที่เราต้องคอยค้นหาทางไปต่อจากสภาพแวดล้อมรอบตัว มีทั้งป่าไม้รกทึบ ,ภูเขาหิมะ, สงครามกลางเมือง หรือแม้แต่บนรถไฟก็ยังมี เมื่อผ่านมาถึงจุดนึงก็จะพบกับคัตซีนที่ค่อยๆเฉลยเนื้อเรื่อง ทำให้เรายิ่งอยากรู้ อยากเล่นต่อไปอีก ด้วยสภาพแวดล้อมที่แปลกตาไม่ซ้ำแบบ เห็นแล้วรู้เลยว่า ตั้งใจออกแบบฉากกันมากๆ (อยากเดินสำรวจนานๆ)ส่งผลทำให้เกมนี้สามารถทำให้เราเล่นได้เพลินเรื่อยๆ จนอาจจะจบโดยไม่รู้ตัวได้ครับ

ภาคแรก ศัตรูเราค่อนข้างออกแนวโง่นิดๆ มาภาคสอง รู้สึกได้ว่ามีการพัฒนาขึ้น แต่ก็ยังไม่ฉลาดเท่าไรอยู่ดี บางทีน่าจะมองเห็นเราแน่ๆ ดันมองไม่เห็นซะงั้น  บางตัวตลกกว่านั้นอีก โดนยิงแล้ว ยังยืนให้ยิงต่อซะงั้นประมาณว่า ใจถึง แต่ก็ดูถูกไม่ได้นะครับ เพราะบางทีมันก็มาเป็นกลุ่ม แยกไปประจำตำแหน่ง แล้วรุมยิงเราจนตายได้เช่นกัน บางจุดกว่าจะผ่านได้ ตาย 2-3 รอบก็มี ข้อเสียอย่างเดียวของเกมนี้สำหรับผมก็คือ AI ค่อนข้างโง่ไปหน่อย มันไม่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องดิ้นรนใช้ฝีมือเท่าไร แต่ก็ยังพอมีจุดตึงมือบ้างเล็กน้อยครับ

ถึงแม้เกมนี้จะมีเป้าหมายที่การตามหาขุมทรัพย์ และต้องตีปริศนาให้แตกเพื่อที่จะไปให้ถึงยังจุดหมาย “แต่” ตัวปริศนาภายในเกมเองก็ทำออกมาได้ง่ายอย่างเหลือเชื่อ เกือบจะเหมือนดูถูกคนเล่นเลยด้วยซ้ำไป ผมแทบจะไม่อยากเรียกว่าปริศนา แต่เปลี่ยนเป็นเรียกว่า จุดถ่วงเวลา 10วิฯ แทนจะดีกว่า เพราะเมื่อคุณเล่นมาถึงจุดๆนึงที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อ ไม่เกิน 10วิฯ คุณจะรู้ได้ทันทีว่า ต้องเอาอะไรไปทำอะไร และต้องไปทางไหนต่อ ซึ่งค่อนข้างน่าเสียดายที่ปริศนาไม่ถึงขั้นให้คิดนานมากนัก ทำให้ไม่รู้สึกว่าได้ใช้สมองไปในการแก้ปริศนาซักเท่าไร ส่วนใหญ่ที่ผู้เล่นเกมนี้จะใช้กันผมว่าต้องเป็น คอมมอนเซ้นส์ ซะมากกว่าครับ แต่ทีมสร้างเค้าก็อาจจะตั้งใจให้ปริศนามันง่ายๆเข้าไว้ก็ได้มั้งนะ เพื่อให้ผู้เล่นผ่านอย่างสบายๆ แล้วไปสนุกอย่างอื่นแทนไรงี้

กราฟฟิคและระบบฟิสิกซ์อยู่ในระดับเทพเลยทีเดียว โชว์พลังของเครื่อง playstation 3 ได้อย่างยอดเยี่ยม บางฉากยอมรับเลยว่า ตะลึงกับความสวยและความชัดของภาพ รวมไปถึงกราฟฟิคที่สวยงามอย่างกับเป็นของจริงอีก แถมบางอย่างก็พังและระเบิดกระจุยกระจายได้ด้วย ฉากที่ผมชอบมากที่สุดคือ ฉากหิมะ ที่มีควันของพายุหิมะ แถมที่พื้นก็มีหิมะหนาปึก เราต้องเดินลุยหิมะไปเรื่อยๆ เล่นไปก็หนาวบรึ๋ยไปด้วย ค่ายนี้น่าจับตามองจริงๆครับ เพราะสามารถสร้างออกมาได้ขนาดนี้บนเครื่องนี้ จัดว่าไม่ธรรมดา ผมจะรอดูผลงานชิ้นต่อๆไปว่าจะขนาดไหนอีก

ด้าน ระบบเสียง DTS 5.1 ของเกมนี้ ถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆ ครับ เสียงเล็กเสียงน้อยมีครบหมด สามารถสร้างอารมณ์ร่วมได้มากขึ้นโดยเฉพาะฉากสงครามกลางเมือง หรือสู้กับเฮลิคอปเตอร์ ตอนแรกที่ได้ฟังเพลงธีมหลักของเกมนี้ผมก็เฉยๆนะ แต่พอได้มาฟังกับชุดโฮมฯแล้วเนี่ย รู้สึกฮึกเหิมอยากออกไปล่าสมบัติให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ฮ่าๆ ลองดูนะครับ แล้วจะรู้ว่า ตอนวิ่งหนีแล้วมีเสียงกระสุนยิงตามหลังมา มันตื่นเต้นแค่ไหน ^^

มี อย่างหนึ่งไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆครับ ภาคสองนี้ถือว่าพัฒนา “มุข” ได้ดีขึ้นอย่างสุดๆเลย เอาแค่ว่าตอนไตเติ้ลเกม ก็ตื่นเต้นสุดๆแล้วครับ สามาถเล่นไปสะดุ้งไปได้ก็ไม่ธรรมดาละ อย่างเช่น เดินๆอยู่ทางพังซะงั้น หรือมีอะไรตกมาหล่นใส่ หรือกระโดดไปเกาะอะไรซักอย่างแล้วมันจะพัง ก็ต้องรีบกระโดดไปที่อื่นทันทีอะไรงี้ ถือว่าแปลกใหม่และให้อารมณ์ร่วมไปอีกแบบดี มีมุขแบบนี้แทรกมาตลอดทั้งเกม โดยที่เรายากจะเดาได้ว่าจะมาที่จุดไหน ถ้าเล่นเพลินๆ ระวังสะดุ้งแบบผมก็แล้วกันนะ ฮ่ะๆ

ที่พูดมาทั้งหมดนี้ลองนึกภาพแบบรวดเดียวดูสิครับ เดินลุยไปตามฉาก ปีนป่ายตามกำแพง ยิงปืนสารพัดชนิดสู้กับศัตรูที่มาเป็นกลุ่ม ใช้สมองในการแก้ปริศนา ฉากที่เต็มไปด้วยการออกแบบที่สวยงามและกราฟฟิคสุดสวย พร้อมทั้งเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม กับพระเอกกวนโอ๊ย แล้วมันจะไม่ทำให้ผมชอบเกมนี้ได้ยังไงเนี่ย ให้ตายเหอะ!

ใครชอบเกมแนวนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ สำหรับผมแล้ว เกมนี้ควรเล่น “อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต”

เกมส์มาใหม่

October 22nd, 2009

เกมส์มาใหม่ เดือน พฤษจิกายน ครับ

Call of Duty: Modern Warfare 2 – multi
เรียกไปรับใช้ชาติ: สงครามทันสมัย ภาคสอง




เกมเด่นอันดับต้นของเดือน ภาคที่หกของซีรีย์ Call of Duty
ซึ่งคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณเกมสามัญประจำบ้านเกมนี้
เนื้อเรื่องต่อเนื่องจากภาคสี่ ย้ายสมรภูมิไปยังรัสเซีย,คาซัคสถาน
,อัฟกานิสถาน และริโอ เดอ จาเนโรประเทศบลาซิล
ภาคนี้สามารถถือปืนพกได้สองกระบอก กระบอกละมือได้แล้ว
ว่ากันว่าสงครามเร่งกระแสเวลาให้เร็วขึ้น
สงครามศึกนี้เร่งเงินลอยออกจากระเป๋าเราได้เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน
ไม่มีโนเบลสาขาสันติภาพ สำหรับการเร่งทั้งสองกรณี

วางจำหน่ายวันที่ 10 พฤศจิกายน 2009 (PC,XBOX360,PS3)

—————————————————————————-
Assasin Creed II – multi
นักฆ่า หน้าเครียด ภาคสอง



เหตุการณ์เกิดขึ้น ณ ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาอิตาลี (อิตาเลียน เรอเนสซองซ์)
ช่วงศตวรรษที่ 15 กับชีวิตนักฆ่าวิชาทางเลือกหลายรูปแบบในเมืองต่างๆของประเทศอิตาลี

วางจำหน่าย 17 พฤศจิกายน 2009 สำหรับ PS3 กับ XBOX360

—————————————————————————-
Dragon Age: Origins – multi


RPG สายเลือดฝรั่งสำหรับผู้ใหญ่ จากผู้สร้าง Baldur’s Gate
ความรุนแรง และเนื้อเรื่องที่มืดมนทำให้มันเป็นเกมสำหรับผู้ใหญ่
เด็กๆห้ามเล่น ……สำหรับผู้ใหญ่… …ครบสามบรรทัด

วางจำหน่าย 3 พฤศจิกายน 2009 สำหรับ XBOX360 กับ PC
PS3 ออกหลังจากนั้นสองอาทิตย์

—————————————————————————-
Final Fantasy XI: Vana’diel Collection 2 – multi


ออกมาทำร้ายจิตใจคนที่พึ่งซื้อ Collection 1 ไปเมื่อไม่นานมานี้
กับรวมแพทช์ทั้งสี่แพทช์หลักและสามแพทช์เสริม เป็นลมหายใจอีกเฮือกหนึ่ง
ก่อน Final Fantasy XIV จะออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้
แพทช์ทั้งหมดที่มีดังต่อไปนี้อยู่ในแผ่น
ซิลาร์ตผยองลับ (Rise of the Zilart) พรอมเมเทียจองเวร (Chains of Promathia)
ล่าขุมทรัพย์แดนอาบัง (Treasures of Aht Urhgan) ปีกแห่งเทวี (Wings of the Goddess)
และแพทช์ย่อย เจาะลึกเนื้อเรื่องในสถานที่และเหตุการณ์ต่างๆ
- A Crystalline Prophecy: Ode to Life Bestowing
- A Moogle Kupo d’Etat: Evil in Small Doses
- A Shantotto Ascension: The Legend Torn, Her Empire Born.

วางจำหน่าย 12 พฤศจิกายน 2009 บน PS2,PC และ XBOX360
เฉพาะเวอร์ชั่นภาษา(ID)ญี่ปุ่นเท่านั้น

—————————————————————————-
Left 4 Dead 2 – 360
ปล่อยให้ตาย ภาคสอง

เกมฝ่าซอมบี้เจ้าปัญหาที่ผ่านการโดนคว่ำบาตร บอยคอต
และแบนมาจากหลายสถาบันหลายประเทศ
ในที่สุดหลังลอยกระทงปีนี้ เราก็จะได้ทราบว่าโหมด “realism”
อันว่าไว้ว่าสำหรับผู้เล่นขั้นเทพจะออกมาในรูปแบบไหน

วางจำหน่าย 17 พฤศจิกายน 2009

—————————————————————————-
Samurai Shodown Edge of Destiny – 360
(Samurai Spirit Sen)

ล็อคโซนนะครับ สำหรับเวอร์ชั่น US ที่ออกก่อนภาษาอื่นหนึ่งเดือน
อยากเห็นตัวขาด คอหลุด ลุ้นกับเวอร์ชั่น Asia ครับ
เวอร์ชั่นญี่ปุ่นเซ็นเซอร์แน่นอน

ส่วนตัวเกม น่าเสียดายที่ต้องยอมรับว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ
ขนาดวันวางจำหน่ายยังไม่มีคนสนใจจะทำให้มันแน่นอน
(มีแต่ญี่ปุ่นเท่านั้นที่กำหนดวันวางจำหน่ายแน่นอนในเดือนธันวาคม)

—————————————————————————-
God of War Collection – PS3

อัพสเกลภาค 1-2 และใส่โทรฟี่เข้าไป ได้ของเล่นฆ่าเวลารอภาคสาม
ลองชิมรสชาติพี่เครโทสในแบบ HD 60 frame/sec
หัว เอ้ย! ดาบโซ่ใสปิ๊งแวววาววับ

วางจำหน่าย 10 พฤศจิกายน 2009

—————————————————————————-
Final Fantasy Crystal Chronicles: The Crystal Bearers – Wii

อีกภาคสำหรับซีรีย์ Crystal Chronicles
ซึ่งถ้าไม่ชวนเพื่อนมาเล่น ก็จะกลายเป็นยานอนหลับขนานดี
ที่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

—————————————————————————-
New Super Mario Bros. Wii – Wii



เกมอมตะนิรันกาล เมื่อเจ้าหญิงถูกคุปป้าจับตัวไป
สองพี่น้องต้องตะลุยท่อไปช่วย(ดีที่ไม่ใช่ท่อ กทม.)
มาคราวนี้เอายชชี่หลายสีมาร่วมสามัคคี กับน้องเห็ดสองคน
สำหรับมัลติเพลเยอร์ 4 คน พร้อมกัน(แต่ไม่ได้ออนไลน์)
เป็นหนึ่งในเกมแนะนำสำหรับเดือนนี้สำหรับผู้เป็นเจ้าของ Wii

ทั้งนี้ทั้งนั้นเกมนี้ยังมีโหมด “Super guide”
สำหรับผู้ที่เล่นด่านเดียวไม่ผ่านแปดครั้ง
สามารถกด pause เพื่อให้ตัวเกมเล่นผ่านด่านให้
แล้วค่อยกลับมาเล่นต่อ…

วางจำหน่าย 15 พฤศจิกายน 2009
เวอร์ชั่นออสเตรเรียออกก่อนใคร คือวันที่ 5

—————————————————————————-
Resident Evil: The Darkside Chronicles – Wii
(Biohazard: The Darkside Chronicles)







เกมไล่ยิงตามราง (on-rails shooting game) ภายใต้ยี่ห้อไบโอ
กล่าวถึงเรื่องราวในภาคสองและภาคโค๊ดเวโรนิก้า
แถมพี่เลออนตอนยังซี้ย่ำปึ้กกับแจ็ค คราวเซอร์(จ่ามือขยันในภาคสี่)

เป็นที่น่ายินดีที่จะได้เห็นหนูเชอร์รี่อีกครั้ง
ตอนเห็นครั้งแรกอายุเท่ากัน มาศักราชนี้จะกลายเป็นรักเด็กไปเสียได้…

วางจำหน่าย 17 พฤศจิกายน

—————————————————————————-
อื่นๆ

Dissidia: Final Fantasy – Universal Tuning – PSP
หากินเก่งชั้นครู ปล้นจากแฟนๆซ้ำแล้วซ้ำอีก
ตั้งชื่อสวยหรู แต่ก็แค่ port จากเวอร์ชั่น US พะยี่ห้อใส่เวอร์ชั่นญี่ปุ่น
เพิ่มนั่นนิด นี่หน่อย ขายราคาเท่าเดิม ข้าผู้น้อยขอคารวะ

Persona 3 Portable – PSP
เมื่อ Atlus หัดหากิน
วิชช่วลโนเวลราคาแพง และหนุ่มๆตั้งหน้าตั้งคอรอให้จีบ
แม้นจะไม่ได้มีรสนิยมชอบหนุ่มๆ
กับอดทนสามารถเล่นเกมที่เล่นจบมาจะสิบหนซ้ำอีกที
แต่ขอสมยอมให้กับเกมนี้ด้วยความสิเหน่หาอีกรอบหนึ่ง…

Naruto Shippuden: Ryujinki – Wii
(Naruto Shippuden: Clash of Ninja Revolution 3)

—————————————————————————-

สำหรับเดือนหน้า ธันวาคมที่เรารอคอย

“สาวสายฟ้าเธอมากับเครื่องเทพ” Final Fantasy XIII

เธอผู้นี้จะทำให้กระทาชายหลายนาย
และนักศึกษาวิชาทหารหลายกองร้อยเสียเงินหมื่นเพื่อเธอ
เครื่องสีขาวนวลกระแทกใจ ลายสีชมพูสดใสงดงาม
250gigabyte แอบซ่อนข้างในน่าค้นหา
โทรฟี่ที่หลากหลายน่าจับต้อง จับจอง

แค่เธอผู้เดียว มิมีอาภรณ์ ราคาก็ปาเข้าไป 3,500 บาทถ้วนแล้ว

มาคู่กับ
Tales of Graces

เงินเดือนจะกรีดร้องทรมาณ
ค่าขนมจะกังวาลโหยหวนขึ้นมาจากขุมนรก
เงินโบนัสจะกลายเป็นเศษปฏิกูลเถ้าธุลีถมอเวจีหรือไม่

โปรดติดตาม…

—————————————————————————-

สนับสนุนเนื้อหาโดย